June 18
Saburo
ประเทศญี่ปุ่น ว่ากันว่าเป็นประเทศที่อายุเฉลี่ยของประชากรสูงที่สุดในโลก
ดูรายการทีวีญี่ปุ่น คุณตาคุณยายอายุหกสิบนี่ถือว่ายังสาว ยังหนุ่มด้วยซ้ำ
เคยได้ไปพิสูจน์มาด้วยตาของตัวเอง ตอนไปโตเกียวเมื่อสมัยเรียนจบใหม่ๆ
มองไปทางไหน เห็นคนแก่ๆ สุขภาพดี แข็งแรง เดินเหินคล่อง ไปไหนมาไหนเองได้
เออ แฮะ คนบนเกาะนี้มันต้องมีเคล็ดลับอะไรดีแน่ๆ เค้าถึงได้อายุยืนกันจัง
...
.....
......
จากเมืองเล็กๆห่วยๆแห่งหนึ่งใน Oregon
ขับขึ้นเหนือไปสองชั่วโมง 90ไมล์ หรือประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร
ก็จะถึงเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของรัฐนี้ Portland
ปกติเวลาขึ้นไป Portland มักจะไปเพื่อช๊อปปิ้ง
รีบๆซือ้ของรีบๆกลับบ้าน ไม่ค่อยได้แวะอะไรสักเท่าไหร่
แต่วันนี้ จุดประสงค์คือขึ้นไปเพื่อกินโดยเฉพาะ ไม่มีการช๊อปปิ้งมาเจือปน
ได้ยินมานานแล้ว ว่าแถวๆ Portland มีร้านซูชิอร่อยๆอยู่ร้านนึง
ซูชิร้านนึ้ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
เป็นซูชิหน้าใหญ่ (ใจโต)
อร่อยแค่ไหนดูได้จากจำนวนผู้คนที่มาลงชื่อรอคิวหน้าร้าน
เหมือนรอกิน MK มื้อเย็นวันอาทิตย์ยังไงยังงั้น
นี่ขนาดสองทุ่มแล้วนะ คนยังยืนออกันอยู่ได้ ปาเข้าไปคิวที่ 11
เพื่อนบอกว่านี่น้อยแล้ว เพราะเรามาดึก
หลังจากรองท้องด้วยกาแฟสตาร์บัค นั่งเล่นไปครึ่งชม
ก็ถึงคิวของพวกเราซะที ได้โต๊ะสำหรับสองที่
แต่เจ้าของร้านมันให้เรานั่งสามคน เอาก็เอาวะ ขี้เกียดรอแล้น
เป็นธรรมดาที่ ร้านอาหารขายดี มักไม่ง้อลูกค้า
Saburo ก็เช่นกัน
ด้วยความที่เป็นร้านเก้าอี้ดนตรีมาก
เข้ามาถึง จะมีเมนูให้เราติ๊กๆ ว่าจะกินอะไรบ้าง
อนุญาติให้สั่งได้ครั้งเดียวเท่านั้น จะกินเท่าไหร่สั่งให้พอ
สั่งเหลือใส่กล่องกลับบ้านได้ แต่ห้ามสั่งขาด
เหตุการณ์ประเภท "ไหนสั่งมาลองชิมดูก่อนดิ๊ ถ้าอร่อยเดี๋ยวค่อยสั่งมาเพิ่ม"จะไม่มีวันเกิดขึ้นที่นี่
เพราะไม่อนุญาติให้สั่งเพิ่มกรณีกินไม่พอ
ถ้าทนไม่ไหว อยากเบิ้ลจริงๆก็ต้องเช็คบิลก่อน แล้วออกไปต่อคิวเข้ามากินใหม่
โดนข้อจำกัดเข้าไปยังงี้ คนกินเกิด Dilemma ขึ้นมาทันที ระหว่าง
"ไอ้นี่ท่าทางน่าอร่อยแฮะ สั่งชุดเดียวจะพอกินมั้ยเนี่ย"
"เอ แต่มันอันใหญ่นะ สั่งเยอะยังงี้จะกินหมดป่าววะ"
ไอ้เราเพิ่งมากินครั้งแรก อะไรอร่อยบ้างก็ไม่รู้
ให้สองสมาชิกผู้มากประสบการณ์ โบลว์และเฟิร์น สั่งโลด
รอแป๊ปนึง อาหารก็มา
เฮ้ย ซูชิอะไรวะ ก้อนใหญ่ชิบเป๋ง!
ขนาดเรา ปกติกินซูชิไม่ว่าที่ไหน จะเป็นโรลหรือเป็นข้าวปั้น ไม่เคยแบ่งอยู่แล้ว ก้อนนึงก็คำนึงเลย
เจอไอ้นี่เข้าไป โห ก้อนนึงแบ่งได้สามคำใหญ่ๆ
ที่ใหญ่นี่คือหน้านะ ข้าวเนี่ย ขนาดปกติ
ซูชิหน้าปลาแซลมอน ปลาชิ้นหนา กว้าง เอาไปปั้นเป็นซูชิ โออิชิ สงสัยได้หกคำ
ซูชิหน้าปลาไหล มันล่อมาทั้งตัวเลยปลานี่พาดล้นข้าวออกมา นอนแผ่มา
(เมื่อกี๊ลองวัดดู ยาวประมาณ 9 นิ้ว)
ชิ้นเดียวก็เอาไปทำข้าวหน้าปลาไหลได้ชามนึงแล้น
แบ่งกินสี่คำใหญ่ๆได้สบายๆ
ตอนแรกที่ได้ยินมา ก็รู้มาก่อนว่าใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้
แล้วก็ปกติ อะไรที่มันทำใหญ่ๆ มักจะไม่อร่อย
ไหนลองกินดูดิ๊ งั่ม...
เต็มปากเต็มคำ อร่อยมาก!
พระแม่เจ้า ทนกินอาหารห่วยๆมาได้ครึ่งปี ในที่สุด พระเจ้าก็ประทานของอร่อยมาให้
ขนาดตอนลงไป San Fran ช่วง Spring Break ที่ผ่านมา
ไปกินซูชิเวียนถึง Japanese Town สนนราคาไม่ใช่น้อย ยังไม่อร่อยเท่านี้เลย
อาหารอย่างอื่น อย่าง Big "O" Roll, สลัดหนังปลาแซมมอนย่าง, Spider Roll
ใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย ฉีกรูปแบบเดิมๆของซูชิทั่วๆไป โชว์ไอเดียของพ่อครัวได้เป็นอย่างดี
ปลาสดมาก อร่อยจริงๆ เป็นซูชิที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ในชีวิต
ขนาดซูชิที่กรุงเทพ ที่ไหนที่เค้าว่าดี ว่าอร่อย ไปกินมาหมดแล้น แม้แต่ที่เวิ้งญี่ปุ่นที่ซอยทองหล่อ ยังไม่อร่อยขนาดนี้เลย
เพิ่งจะได้ลิ้มรสความอร่อยที่แท้จริงก็วันนี้นี่เอง
ไม่อยากจะเชื่อว่า ซูชิระดับโลกจะมาแอบอยู่ในประเทศเห่ยๆที่มีอาหารประจำชาติเป็น Junk Food ห่วยๆ
เสียดาย ตอนไปโตเกียวไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองซูชิ ว่าต้นตำรับเป็นยังไง
แต่ท่าทาง คงจะอร่อยไม่แพ้กันแน่ๆ
ดูกันเลย น่ากินขนาดไหน
วางเทียบโทรศัพท์มือถือให้ดู ซูชิอะไรเนี่ย ก้อนใหญ่กว่ามือถือ
นั่งกินกันอย่างเบิกบานอารมณ์ แต่เจอไซส์ใหญ่ขนาดนี้เข้าไป สั่งมาสี่ห้าอย่างกินได้อย่างละชิ้นก็จอดแล้น
แต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองกันสุดความสามารถแล้น
ยังเหลืออีกสามชิ้น ปลาไหลชิ้นนึง spider roll อีกสอง
เกี่ยงกันไป เกี่ยงกันมา สุดท้ายก็ ขอกล่องมาห่อกลับ
โบลว์กะเฟิร์นคงเห็นเราตื่นเต้นเวอร์ เลยยกที่กินเหลือให้เราเอากลับบ้าน
ดีใจจัง พรุ่งนี้ตื่นเช้ามา จะได้กินเป็นอาหารเช้า
ได้เวลาเช็คบิล
สนนราคาทั้งหมดก็ $40.9 รวมทิปก็ 48
หารสามแล้วก็ คนละ $16
คิดเป็นเงินไทยก็แพงแฮะ แต่ก็นะ ราคานี้ ถ้ากินที่กรุงเทพ ก็กินไม่ได้ของดีเท่านี้
ดีกว่าเอาไปกินบุฟเฟต์ ที่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
คงอีกนานกว่าจะได้มากินอีกรอบ ไว้รอแม่มาเยี่ยมก่อนแล้วจะหลอกแม่ไปกิน
เห็นแล้วอยากจะเอากลับไปเปิดสาขาที่กรุงเทพบ้างจังแฮะ น่าจะเวอร์ค
จะว่าไป ถ้ามองในแง่ความครีเอท ของเมนูอาหาร ที่กรุงเทพก็มีที่ทำได้ใกล้เคียง ก็คือที่ Sonie's ซอยสุขุทวิท 33
พูดแล้วก็คิดถึงแฮะ ไว้เดี๋ยวกลับไปต้องไปกินให้หายอยากซะหน่อย
.......
.....
...
..
ในที่สุดก็รู้เหตุผลที่ชาวญี่ปุ่นอายุยืนแล้ว
มีของอร่อยๆอย่างงี้ให้กินทุกวัน ใครมันจะยอมตายง่ายๆฟะ
|
 | |  |